รับซื้อโน๊ตบุ๊ค
|

รับซื้อจอคอม อุบล รับซื้อจอเกมมิ่ง อุบล รับซื้อจอคอมพิวเตอร์ อุบลราชธานี

รับซื้อจอคอม อุบล รับซื้อจอเกมมิ่ง อุบล รับซื้อจอคอมพิวเตอร์ อุบลราชธานี

เรารับซื้อ  หน้าจอคอม ใกล้ฉัน รับซื้อจอคอม อุบล สนใจจะขาย จอคอม  อุบลราชธานี เราพร้อม รับซื้อ  จอคอมพิวเตอร์  อุบลราชธานี

Add Line id : @webuy    (มีเครื่องหมาย @ด้วย)

หรือ โทรด่วน 064-2579353 มีทีมงานรอรับของ และตีราคาให้ 24 ชั่วโมง !

 

รับซื้อแอดไลน์ติดต่อทีมงานผ่านไลน์แอด ตีราคา ไปรับสินค้าหรือนำมาที่ร้าน รับเงินทันที

 

บริการรับซื้อจอคอมมือสอง ไม่ใช้แล้ว อยากเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ อยากได้รุ่นใหม่ นำมาขายกับเราได้  ให้ราคาสูง ไม่กดราคา

เรารับซื้อ.com มีทีมงานดูแลท่าน 24 ชั่วโมง สามารถแอดไลน์ @webuy เพื่อสอบถามราคาได้เลย ไม่ต้องรอนาน

รับซื้อ

รับซื้อจอ Samsung  รับซื้อจอ Acer รับซื้อจอ Dell รับซื้อจอ MSI รับซื้อจอ Huawei รับซื้อจอ Xoaimi รับซื้อจอ AOC รับซื้อจอ Lenovo รับซื้อจอ HP

รับซื้อจอ 19 นิ้ว รับซื้อจอ 22 นิ้ว รับซื้อจอ 24 นิ้ว รับซื้อจอ 27 นิ้ว รับซื้อจอ 32 นิ้ว

รับซื้อจอคอม อุบล

MONITOR (จอมอนิเตอร์) จอคอมพิวเตอร์ จอภาพคอม ( ขอบคุณบทความจาก https://computeandmore.com/ )

จอมอนิเตอร์ (Monitor) คืออะไร?
Monitor หรือที่เรียกอีกอย่างว่า VDU ที่ย่อมาจาก Visual Display Unit เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ โดยรับข้อมูลแล้วแปลงออกมาเป็นสัญญาณภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพ ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ รวมไปถึงสีสันต่าง ๆ ด้วย ซึ่งผลลัพธ์ที่ถูกแสดงออกมานั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ได้รับนั่นเอง
หน้าจอ Monitor ในภาษาไทยนั้นสามารถเรียกได้หลายอย่าง เช่น จอภาพ จอภาพคอมพิวเตอร์ หน้าจอคอม เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรจอมอนิเตอร์นั้นก็ยังคงเป็นตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ หากไม่มีหน้าจอนี้แล้ว ผู้ใช้งานก็จะไม่สามารถรับรู้ผลลัพธ์จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ได้เลย

ประเภทของจอมอนิเตอร์ (Monitor)

จอมอนิเตอร์สามารถจำแนกประเภทได้จากแผง Panel (แผงหน้าปัด) ของจอ Monitor โดยแผง Panel ที่ปัจจุบันนิยมใช้มีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่แบบ TN, แบบ VA และแบบ IPS ดังนี้

1. จอมอนิเตอร์ แบบ TN (Twisted Nematic)

จอมอนิเตอร์แบบ TN เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่มีจุดเด่นสำคัญคือเวลาตอบสนองที่รวดเร็ว สามารถทำอัตรารีเฟรชถึง 240 Hz และที่สำคัญคือ ราคาหน้าจอมอนิเตอร์ประเภทนี้ถูกกว่าประเภทอื่น ทำให้จอแบบ TN เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเกมเมอร์หลายคนที่ให้ความสำคัญกับความเร็วของภาพ
อย่างไรก็ตามในด้านคุณภาพของสีและภาพนั้นไม่โดดเด่นมากนัก เพราะมีมุมมองด้านข้างที่แคบและสีค่อนข้างเพี้ยน ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานด้านภาพและสีที่ต้องการรายละเอียดและความแม่นยำสูง

2. จอมอนิเตอร์ แบบ VA ( Vertical Alignment)

จอมอนิเตอร์แบบ VA เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่มีจุดเด่นคือค่า Contrast Ratio หรืออัตราส่วนความแตกต่างของสีขาวกับสีดำ ยิ่งมีค่ามาก ความคมชัดก็จะมากขึ้นตาม โดยจอภาพแบบ TN และ IPS มีค่า Contrast Ratio อยู่ที่ 1000 : 1 แต่ หน้าจอแบบ VA มีค่า Contrast Ratio ถึง 2000 : 1 หรือถ้าเป็นรุ่นที่สเปคสูงขึ้นก็อาจมีค่านี้สูงไปถึง 4500 : 1 หรือ 6000 : 1 เลยทีเดียว
แต่ในด้านอื่นนั้นหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ก็ไม่ได้โดดเด่นมาก เมื่อเทียบกับจออีก 2 ประเภท ซึ่งทำให้ราคาจอแบบ VA รุ่นมาตรฐานทั่วไปไม่สูงเท่าแบบ IPS แต่ก็ไม่ได้เป็นจอคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดเท่ากับแบบ TN โดยจอประเภทนี้เหมาะสำหรับการดูหนัง ทำให้เรามักเห็นจอภาพคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ถูกนำไปใช้เป็นหน้าจอโทรทัศน์ด้วยนั่นเอง

3. จอมอนิเตอร์ แบบ IPS (In-Plane Switching)

จอมอนิเตอร์แบบ IPS เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่มีจุดเด่นในด้านของภาพและสี เพราะให้มุมมองกว้างที่สุด และสีเพี้ยนน้อยจนแทบไม่เพี้ยนเลย ซึ่งเหมาะอย่างมากกับการใช้งานเกี่ยวกับภาพและสีที่ต้องการรายละเอียดและความแม่นยำสูง เช่น การทำกราฟิก
แต่ด้วยจุดเด่นนี้ก็ทำให้ราคาจอคอมพิวเตอร์ประเภทนี้สูงขึ้นตามไปด้วย โดยทั่วไปสามารถทำอัตรารีเฟรชที่ 60 Hz หากต้องการมากกว่านี้ ราคาจอภาพก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

 

วิธีวัดประสิทธิภาพของหน้าจอมอนิเตอร์ (Monitor)

การวัดประสิทธิภาพของจอภาพคอมพิวเตอร์ สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็จะมีการวัดที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1. ความสว่างของหน้าจอ

วิธีแรกคือการวัดความสว่างของหน้าจอ โดยค่ามาตรฐานมักจะอยู่ที่ประมาณ 120 – 500 cd/m2 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานและแสงสว่างจากภายนอก และความสว่างก็ไม่ควรจะน้อยหรือมากเกินไปด้วย

2. ขนาดของจอภาพ

ขนาดของจอภาพก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะขนาดของหน้าจอคอมพิวเตอร์จะสัมพันธ์กันกับลักษณะการใช้งาน หากจอภาพมีขนาดที่ไม่เหมาะกับการใช้งานแล้ว ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของคอมพิวเตอร์ลดน้อยลงไปด้วย

3. อัตราส่วนของจอภาพ

จอมอนิเตอร์ในปัจจุบันจะมีอัตราส่วนของจอภาพหลัก ๆ 3 อัตราส่วน ได้แก่ 4 : 3 ซึ่งจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบทั่วไป ส่วน 16 : 9 และ 16 : 10 จะเป็นหน้าจอแบบกว้างหรือที่เรียกว่า Wide Screen ซึ่งหน้าจอในลักษณะนี้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความกว้างของหน้าจอ เช่น การดูหนัง การทำกราฟิก หรือการตัดต่อวีดิโอ เป็นต้น

4. ความละเอียดของจอภาพ

ความละเอียดของจอภาพเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยวัดประสิทธิภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยวัดจากจำนวนพิกเซลตามความกว้างและความสูงที่สามารถแสดงผลได้ ได้แก่ Full HD คือความละเอียดของจอภาพ 1920 x 1080 (1080p), 2K (QUD) คือความละเอียดของจอภาพ 2560 x 1440 (1440p) และ 4K (UHD) คือความละเอียดของจอภาพ 4096 x 2160 และ 3840 x 2160

5. ระดับพิกเซล

ความคมชัดของจอคอมพิวเตอร์สามารถวัดได้ด้วยระยะห่างของพิกเซลสีเดียวกัน (ในหน่วยมิลลิเมตร) หรือเรียกว่าระดับพิกเซล ซึ่งระดับพิกเซลจะแปรผกผันกับความคมชัด คือยิ่งระดับพิกเซลมีค่าน้อย ความคมชัดของภาพก็จะยิ่งมากขึ้น

6. อัตรารีเฟรช

อัตรารีเฟรช หรือ Refresh Rate คือจำนวนครั้งที่ภาพถูกฉายบนจอมอนิเตอร์ภายใน 1 วินาที ฉะนั้นหากค่าอัตรารีเฟรชยิ่งมากก็จะยิ่งทำให้การแสดงผลของหน้าจอคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

7. เวลาตอบสนอง

เวลาตอบสนองคือเวลาที่ใช้ขณะพิกเซลเปลี่ยนจากสีดำเป็นขาว และเปลี่ยนกลับมาเป็นสีดำอีกครั้ง ภายในมิลลิวินาที โดยเวลาตอบสนองนี้ยิ่งน้อยก็จะยิ่งทำให้การแสดงผลของจอภาพคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

8. อัตราส่วนความแตกต่าง

อัตราส่วนความแตกต่าง หรือ Contrast Ratio คืออัตราส่วนความแตกต่างของสีขาว (สีที่ส่องสว่างที่สุด) กับสีดำ (สีที่มืดที่สุด) โดยยิ่งค่านี้สูงมากขึ้น ก็ทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงสีที่จัดจ้านและคมชัดมากยิ่งขึ้นไปด้วย

9. การใช้พลังงาน

นอกจากการแสดงภาพออกมาได้คมชัดและรวดเร็วแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยคือการใช้พลังงานที่พอดี ไม่ควรจะใช้พลังงานมากเกินไป เพราะจะทำให้กินไฟมาก จึงทำให้ปัจจุบันมีหน้าจอคอมหลายรุ่นที่สามารถควบคุมการใช้งานไม่ให้ใช้พลังงานมากเกินไปนั่นเอง

10. มุมในการมอง

จอคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องแสดงภาพที่ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างชัดเจนรอบด้าน แม้จะอยู่ในมุมที่หันเหหน้าจอออกไปแล้วคุณภาพก็ยังไม่ลดลง โดยจอมอนิเตอร์บางประเภทนั้นมีมุมมองที่กว้างที่สุดประมาณ 178 องศา ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพบนจอภาพคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน

 

ข้อควรรู้ในการเลือกซื้อหน้าจอมอนิเตอร์ (Monitor)

การเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์ในแต่ละครั้ง มีสิ่งที่ควรรู้และคำนึงถึงเพื่อให้ได้จอมอนิเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานให้คุ้มกับราคาที่จ่าย โดยข้อควรรู้หลัก ๆ ที่ควรคำนึงถึงมีดังนี้

1. เลือกจากการใช้งานเป็นหลัก

จอภาพคอมพิวเตอร์ทั้ง 3 ประเภทที่ได้กล่าวไปมีจุดเด่นในการใช้งานที่ต่างกัน เพื่อให้ใช้งานอย่างคุ้มค่า ควรรู้ก่อนว่าต้องการใช้งานแบบไหนเป็นหลัก อย่างจอมอนิเตอร์แบบ TN เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ส่วนจอแบบ VA เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความคมชัดของภาพเช่นการดูหนัง และจอภาพแบบ IPS เหมาะกับการใช้งานกราฟิกหรืองานที่ต้องการคุณภาพของภาพและสีที่สูงนั่นเอง

2. เลือกจากประสิทธิภาพของหน้าจอที่ต้องการ

จอคอมพิวเตอร์แต่ละประเภทมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้จอมอนิเตอร์ที่ตรงกับความต้องการใช้งานมากที่สุด จึงควรทราบถึงรูปแบบการใช้งานหลักของเราเสียก่อน จะช่วยให้เลือกจอภาพคอมพิวเตอร์ที่ถูกใจและมีประสิทธิภาพตรงกับการใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. เลือกตามงบประมาณที่กำหนดไว้

ราคาจอคอมพิวเตอร์นั้นมีหลากหลายแตกต่างกันไปตามสเปคและประสิทธิภาพ หากเรารู้การใช้งานและประสิทธิภาพที่ต้องการแล้ว ก็จะช่วยให้กำหนดราคาจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในงบประมาณได้ โดยไม่ต้องซื้อหน้าจอราคาสูงจนเกินความจำเป็น

4. เลือกจากประสบการณ์การใช้งาน

นอกจากข้อควรรู้ในการเลือกทั้ง 3 ข้อที่กล่าวไปแล้ว เราอาจจะนำประสบการณ์การใช้จอคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามาเปรียบเทียบด้วยว่ามีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร เพื่อให้ได้หน้าจอใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่เจอกับปัญหาเก่า ๆ ที่เคยพบมา และอาจเลือกซื้อเผื่อการใช้ในอนาคตเล็กน้อย เพื่อให้เราสามารถใช้งานจอมอนิเตอร์ได้ยาวนานและคุ้มค่ามากที่สุด

 

รับซื้อจอคอม อุบล | รับซื้อคอม อุบล

 

อุบลราชธานี มักเรียกโดยทั่วไปสั้นๆ ว่า อุบลฯ อักษรย่อ อบ เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอันดับที่ 5 ของประเทศไทย และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ นับเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่เก่าแก่ อาทิ ภาพเขียนสีที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง ประเพณีที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนี้คือแห่เทียนพรรษามีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา

จังหวัดอุบลราชธานีตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งโคราช โดยมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งภูมิประเทศแบบที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขาสลับซับซ้อนในชายแดนตอนใต้โดยเฉพาะบริเวณอำเภอน้ำยืนและนาจะหลวย โดยมีเทือกเขาที่สำคัญคือทิวเขาบรรทัดและทิวเขาพนมดงรัก มีแม่น้ำโขงกั้นระหว่างตัวจังหวัดและประเทศลาว และมีแม่น้ำสำคัญ ๆ ได้แก่ แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี นอกจากนี้ยังมีลำน้ำที่สำคัญ ๆ หลายสาย มีลำเซบาย ลำเซบก ลำโดมใหญ่ และลำโดมน้อยเป็นอาทิ

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ส่วนมากนิยมประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักโดยมีการทำนาข้าวและเพาะปลูกพืชไร่ชนิดต่าง ๆ เช่น ปอแก้ว มันสำปะหลัง ถั่วลิสง มีการเลี้ยงปศุสัตว์ และทำการประมงอยู่เล็กน้อย และยังมีอาชีพอื่น ๆ ที่สำคัญด้วย อาทิ อุตสาหกรรมและการค้าการบริการ จังหวัดอุบลราชธานีได้รับขนานนามว่า” เมืองนักปราชญ์ เมืองศิลปินแห่งชาติ”

ประวัติศาสตร์
สมัยอยุธยาและธนบุรี

อนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (ท้าวคำผง) ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี
พระเจ้าล้านช้างเวียงจันทน์ นามว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 หรือพระเจ้าไชยองค์เว้ ทรงครองราชย์ โปรดแต่งตั้งให้ท้าวนองขุนนางสามัญชนเชื้อสายไทพวน เป็นเจ้าอุปราชนครเวียงจันทน์ และโปรดให้เจ้าอุปราชนองนำไพร่พลไปตั้งเมืองที่หนองบัวลุ่มภู (ปัจจุบันเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู) โดยตั้งชื่อเมืองว่า “นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน”

เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสร้างป้อมปราการกันชนให้แก่อาณาจักร์ที่พึ่งถูกสถาปนาขึ้นมาใหม่ กษัตริย์ล้านช้างเวียงจันทน์หรือพระเจ้าไชยองค์เว้ จึงโปรดเกล้าให้เจ้าอุปราชนองพระบิดาของพระวอพระตาไปสร้างเมืองหนองบัวลุ่มภูขึ้นเป็นเมืองหน้าด่านยันกับอาณาจักรอยุธยาและอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางที่พึ่งแยกตัวออกจากเวียงจันทน์ไปตั้งอาณาจักรขึ้นใหม่ สาเหตุที่สำคัญของการล่มสลายของอาณาจักรล้านช้าง เนื่องมาจากการเข้าแทรกแซงหรือได้รับการไกล่เกลี่ยจากพระเพทราชากษัตริย์อาณาจักรอยุธยา ซึ่งได้เสนอให้แยกอาณาจักรออกจากกันเพื่อลดปัญหาของความขัดแย้งที่รุนแรง ซึ่งฝ่ายนครหลวงเวียงจันทน์ก็ได้กลายเป็นคู่อริกันกับฝ่ายนครหลวงพระบางต่อมายาวนานอีกกว่าร้อยปี ด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการตั้งเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภู) ขึ้นเพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านใช้ยันกับอาณาจักรหลวงพระบางคู่อริตลอดกาลเป็นสำคัญ ภายหลังจากพระเจ้าไชยองค์เว้ทรงสถาปนาอาณาจักรใหม่ นามว่า อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาหลังจากอาณาจักรล้านช้างได้ล่มสลายไปแล้ว และถูกแยกเป็น 2 อาณาจักร ประมาณในราว พ.ศ. 2250 และต่อมาในราว พ.ศ. 2256 เขตแดนอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ก็ได้ถูกแยกเป็นอีกหนึ่งอาณาจักร คือ อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์

ต่อมา พ.ศ. 2283 เจ้าอุปราชนองได้นำกองกำลังชาวเวียดนามเข้ายึดอำนาจจากเจ้าองค์ลอง พระราชโอรสของเจ้าไชยองเว้ เหตุผลที่เจ้าอุปราชนองมีกำลังพลจากทางเวียดนามเป็นจำนวนมากและมีความเกี่ยวข้องกับทางเวียดนาม สืบเนื่องมาจากตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราชขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้พยายามกำจัดพระญาติทางฝ่ายพระราชบิดาจนแทบสิ้น หนึ่งในนั้นคือเจ้าชมพู พระเชษฐาต่างพระมารดา เจ้าชมพูถูกเนรเทศ (หลบหนี) ไปพึ่งเวียดนาม โดยมีแสนทิพย์นาบัว สืบเชื้อสายไทพวนทางฝั่งบิดาหรือไทดำทางฝั่งมารดา ติดตามพระองค์ไปด้วย เจ้าชมพูให้กำเนิดโอรสกับหญิงชาวเมืองเว้ เชื้อสายเวียดนาม นามว่าพระไชยองค์เว้ ภายหลังเจ้าชมพูสิ้นพระชนม์ แสนทิพย์นาบัวจึงได้พระมารดาของพระเจ้าไชยองค์เว้ กษัตริย์ล้านช้างเวียงจันทน์ องค์ที่ 1 เป็นภรรยาให้กำเนิดบุตรนามว่า “ท้าวนอง” ซึ่งต่อมาก็คือ เจ้าอุปราชนอง ดังนั้น เจ้าอุปราชนอง จึงเป็นพี่น้องร่วมมารดาแต่ต่างบิดากับพระเจ้าไชยองค์เว้ และล้วนมีเชื้อสายเวียดนาม(เมืองเว้) ทางฝั่งมารดาทั้งคู่ ภายหลังพระเจ้าเจ้าสุริยะวงศาธรรมิกราชสวรรคต พระไชยองค์เว้พร้อมด้วยท้าวนองนำกำลังจากเวียดนามเข้ายึดนครเวียงจันทน์ได้ พระไชยองค์เว้ขึ้นครองราชย์พระนามว่าพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ ตั้งท้าวนองเป็นเจ้าอุปราชนอง พระไชยองค์เว้มีราชโอรสนามว่า ท้าวองค์ลอง ภายหลังได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระไชยองค์เว้ในราวปี พ.ศ. ๒๒๗๓ มีพระนามในใบจุ้มเลขที่ ๒ และเลขที่ ๗ ที่เก็บรักษาไว้ในหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ ว่าพระมหาธรรมิกราชจักรพรรดิภูมินทราธิราชเจ้า ตราจุ้มของท้าวองค์ลองนี้เป็นตราคล้ายกับมังกรอยู่ตรงกลาง และมีแฉกออกคล้ายกับตราธรรมจักร

 

 

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *